วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

สะกิดใจชาวนาชาวไร่ปลูกมันสำหรับระบบน้ำหยด

สะกิดใจชาวนาชาวไร่ปลูกมันสำหรับระบบน้ำหยด

คุณชาติชาย ศิริพัฒน์ สหายร่วมชายคาหน้าเกษตร หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เสนอบทความเรื่องระบบน้ำหยดกับโรคมันฯ ความจริง...ที่ต้องปฏิเสธ เนื้อหาจุดสำคัญเป็นอย่างไร ไม่ขอพูดถึง วันนี้ให้ความรอบรู้แก่ชาวไร่ชาวนา ผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ใช้ระบบน้ำหยด ให้แคล้วคลาดอุปสรรคไส้เดือนฝอย ทำรากมันสำปะหลังเป็นปุ่มปม มันฯไม่ออกหัวก่อนอื่นต้องบอกว่า...อย่าเพิ่งตื่นตูม ไปโทษว่าระบบน้ำหยดไม่ดี แล้วไปทำลายล้างทิ้งเลิกใช้เพราะว่าการใช้ระบบน้ำหยดในไร่มันสำปะหลัง ไม่ได้มีปัญหาในทุกพื้นที่... การใช้ระบบน้ำหยดจะไม่มีปัญหาเลย ถ้าดินในแปลงปลูกไม่มีเชื้อไส้เดือนฝอย หากใช้ระบบน้ำหยด อยากทราบว่าดินในแปลงปลูกของตัวเองมีเชื้อไส้เดือนฝอยหรือไม่ วิธีตรวจง่ายๆ ถ้าปลูกมาแล้ว 3-4 เดือน ให้ลองถอนต้นขึ้นมาดู ถ้ารากมีปมปุ่มคล้ายรากต้นถั่ว และมีรากเล็กๆเต็มไปหมด มันฯ ไม่มีหัว นั่นแสดงว่าที่ตั้งของเรามีเชื้อไส้เดือนฝอยซุกซ่อนอยู่ อย่าเสียเวลารอปาฏิหาริย์ว่ามันฯจะออกหัวได้ ให้รื้อทิ้งไปทั้งหมด แล้วลงปลูกสร้างใหม่...ผันแปรมาปลูกพันธุ์ระยอง 72 เพราะเป็นพันธุ์ที่แข็งแรงต่อโรคไส้เดือนฝอย แต่ท่อนพันธุ์อาจจะหายากหน่อย เพราะว่าหลายปีที่ผ่านมา ชาวนาไม่ค่อยนิยมปลูก ด้วยอ่อนแอต่อเพลี้ยแป้งสีชมพู แต่อาจจะแก้ปัญหาด้วยการแช่ท่อนพันธุ์ด้วยน้ำยาป้องกันเพลี้ยแป้งก่อนปลูก แต่ถ้าคิดว่า พอแล้ว ไม่เอาแล้วมันฯ จะปลูกอย่างอื่นแทน...สมมติว่าจะปลูก พืชปรับปรุงดิน แนะนำให้ปลูกปอเทือง ก็เพราะว่าไส้เดือนฝอยไม่พิสมัยกลิ่นรากปอเทือง....แต่ถ้าพึงประสงค์จะปลูกพืชทำเงิน เอาระบบน้ำหยดมาใช้ปลูกดาวเรือง เก็บดอกวางขายจะดียิ่งนัก เพราะว่าเป็นพืชอีกประเภทที่ไส้เดือนฝอยไม่ชอบหรือจะเอาระบบน้ำหยดไปใช้กับพืชอย่างอื่น ที่ทำกำไรได้ดีกว่าและเร็วกว่ามันสำปะหลัง จะยิ่งน่าสนใจ...เฉพาะ มะเขือเทศ พริก และพืชตระกูลถั่ว ต้องมองข้าม เพราะไส้เดือนฝอยช้อบชอบ ส่วนจะปลูกพืชอะไรที่พอเหมาะและทำกำไรได้ดี นอกจากจะต้องดูตลาดในท้องที่ก่อนว่ามีความประสงค์อะไร...ควรขอคำแนะนำเจ้าหน้าที่เกษตรผู้มีการงานให้ความรู้เกษตรกรว่า พืชตระกูลไหน พอจะต่อสู้กับไส้เดือนฝอยที่มากัดทานรากพืชได้.

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ประโยชน์และข้อดี-ข้อเสียของระบบน้ำหยดเทปน้ำหยด ทำไมต้องใช้ระบบน้ำหยด

เทปน้ำหยดคือระบบการปล่อยน้ำในปริมาณช้าๆ ตามตำแหน่งที่ต้องการอย่างตรงจุด เทปน้ำหยดทำด้วยพลาสติกที่มีสารป้องกันUVและยังได้พัฒนาตัวเม็ดพลาสติกโดยเพิ่มสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (antioxidant) ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับเทปน้ำหยดอีกด้วย เทปน้ำหยดเหมาะสำหรับ ไร่อ้อย มันสำประหลัง ข้าวโพด แตงโม และพืชผักสวนครัว ​เทปน้ำหยดระบบน้ำหยดเป็นนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการเกษตรกร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแบบต้นทุนต่ำ ลดค่าใช้จ่าย แต่กลับได้ผลผลิตสูง พืชผักผลไม้เจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ เทปน้ำหยดใช้ได้กับพืชผักผลไม้หลายประเภท เช่น ไร่อ้อย มันสำปะหลัง แตงโม ข้าวโพด และอื่นๆ เทปน้ำหยดเป็นเทคโนโลยีในประเทศไต้หวันและประเทศอังกฤษ เทปน้ำหยดจะช่วยจัดระบบน้ำและช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร

ประโยชน์และข้อดีของการทำระบบน้ำหยดด้วยเทปน้ำหยด

เทปน้ำหยดช่วยประหยัดน้ำ
เทปน้ำหยดช่วยประหยัดเวลา
เทปน้ำหยดช่วยลดต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่าย
เทปน้ำหยดราคาถูก ลงทุนน้อย ได้ผลผลิตสูง
เทปน้ำหยดทำให้พืชเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
เทปน้ำหยดช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของพืชได้

ข้อเสียของระบบน้ำหยด

จะเป็นเรื่องของการกรองน้ำที่จะต้องติด ตั้งระบบกรองเพื่อป้องกันสิ่งอุดตันและต้องทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้ กรองอยู่เรื่อยๆเพื่อป้องกัน​เทปน้ำหยดอุดตัน ลักษณะข้อดีของการให้น้ำพืชด้วยระบบ​เทปน้ำหยดมินิสปริงเกอร์นั้นก็เป็นเรื่องของ รัศมีน้ำที่เป็นวงกว้างครอบคลุมรัศมีประมาณ 1 – 1. 20 เมตรจากตัวมินิสปริงเกอร์ทำให้ดินพื้นที่นั้นหรือรากพืชที่พักนรัศมีนั้น ได้รับน้ำและความชื้นอย่างทั่วถึง จึงเหมาะสำหรับพืชยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่และแปลงปลูกที่มีการจัดการวัชพืชใน รัศมีต้นพืชอย่างดีเพราะไม่เช่นนั้นแล้วหญ้าท่านจะงอกงามกว่าต้นพืชของท่าน ส่วนข้อเสียนั้นก็เป็นเรื่องของความสิ้นเปลืองที่มีปริมาณ 70 ลิตรต่อชั่วโมง (ต่อ 1 หัวมินิสปริงเกอร์) จึงจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งน้ำที่พอเพียงสำหรับระบบนี้ และข้อเสียอีกข้อหนึ่งคือเรื่องการกำจัดวัชพืชที่ต้องทำอยู่เป็นประจำเพื่อ ให้ต้นพืชได้รับน้ำอย่างเต็มที่

ระบบน้ำหยดคือ

ระบบน้ำหยดเป็นการให้น้ำแก่พืชโดยการส่งน้ำผ่าน​เทปน้ำหยดระบบท่อและปล่อยน้ำออกทางหัวน้ำหยด ซึ่งจะติดตั้งไว้บริเวณโคนของต้นพืช และน้ำจะหยดซึมลงมาที่บริเวณรากพืชอย่างช้าๆและสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับดินร่วนซุย ​เทปน้ำหยดช่วยทำให้ดินมีความชุ่มชื่นคงที่ในระดับที่พืชต้องการ และส่งผลให้พืชเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ขายเทปน้ำหยด

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558

ชี้แนะเกี่ยวกับเครื่องปั่นไฟ เครื่องปั่นไฟคืออะไร และความสำคัญในยุคปัจจุบัน


เครื่องปั่นไฟ เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องกลชนิดหนึ่งที่มีใช้สำหรับจ่ายไฟฟ้า หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า เครื่องจ่ายไฟฟ้าสำรอง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเครื่องจ่ายไฟฟ้าสำรอง แสดงว่าเครื่องปั่นไฟจะ มีความจำเป็นอย่างมากเมื่อไฟฟ้าหลักเกิดดับลง หรือ เกิดเหตุเร่งด่วนเช่น ไฟดับ ไฟตก ถ้าเรามีเครื่องปั่นไฟ หรือ  เครื่องจ่ายไฟฟ้าสำรอง ก็ สามารถนำมาใช้แทนไฟฟ้าหลัก ทำให้มีไฟฟ้าใช้งานต่อไปได้
เครื่องปั่นไฟมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับ บริษัทและโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากบริษัทและโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นที่ต้องการใช้ไฟฟ้าทุกเวลาเพราะถ้าไม่มีไฟฟ้า ก็จะไม่สามารถปฏิบัติการต่อไปได้
เครื่องปั่นไฟไม่ได้มีผลประโยชน์เนื่องจากในบริษัทหรือโรงงานอุตสาหกรรม แต่เครื่องปั่นไฟมีเหตุจำ เป็นสำหรับชาวนาชาวไร่ ที่ทำไร่ทำนาอีกด้วย เพราะบริเวณทำไร่ทำนา ไฟฟ้าไม่สามารถเข้าไปถึง ทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้งาน จึงจำเป็นจะต้องต้องมีเครื่องปั่นไฟเพื่อนำเข้าไปใช้ ในเขตพื้นที่เพื่อที่จะใช้งานเครื่องมือการเกษตร เช่น ปั๊มน้ำ ปั๊มน้ำบาดาล  เครื่องตัดหญ้า หรือ เครื่อง มือการเกษตรอื่นๆ ที่ใช้ไฟฟ้า
คราวนี้จะขอแนะนำเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กแบบพกพา ที่ใช้งานง่าย พกพาง่าย และยังคงทนอีก แถมราคาก็ถูก คุ้มมากๆหรับคนคน ที่พึงปรารถนาใช้เครื่องปั่นไฟ ที่ต้องการย้ายสถานที่บ่อยๆ

เครื่องปั่นไฟขนาดเล็กแบบพกพาง่าย แต่กำลังและกำลังวัตต์เกินขนาดตัวทีเดียว ด้วยกำลังเครื่องยนต์ 2.8 แรงม้า และ ความเร็วรอบถึง 3000รอบ ต่อ นาที  ใช้น้ำมันเบนซิล เป็นเครื่องยนต์ 4จังหวะ คุ้มค่าเลยทีเดียวกับเครื่องปั่นไฟตัวเล็กๆแบบนี้ แถมสะดวกพกพาได้ง่าย

ที่บอกว่าเครื่องปั่นไฟตัวนี้พกพาได้ง่ายเพราะ น้ำหนักเบา เพียง 25กิโลกรัม ถือว่าไม่หนักเลยสำหรับเครื่องปั่นไฟ ผู้หญิงก็สามารถยกได้สบายๆ แถมยังมีการออกแบบเป็นพิเศษคือ ที่ ด้ามจับเครื่องปั่นไฟมีนวมทำให้จับได้ถนัดและนุ่มมือ ทำให้หายห่วงเรื่องอาการเจ็บมือ

น้ำหนักเพียง 25 กก.น้ำหนักจะน้อยแต่ก็ใช่ว่าเครื่องปั่นไฟตัวนี้จะไม่คงทนแข็งแรง เพราะมีการออกแบบเป็นพิเศษคือ มีโครงเหล็กครอบเครื่องปั่นไฟอีกทีนึง ทำให้ เครื่องปั่นไฟมีความคงทนอย่างมาก และวัสดุหลักของเครื่องปั่นไฟตัวนี้ เป็นเหล็กที่มีความหนา มีความคงทนความร้อนสูง
ระบบสตาร์ทก็แสนง่ายเพียงดึงเชือกสตาร์ทเพียง 1-2 ครั้ง ก็ใช้งานได้เลย  ส่วนระบบปิดก็จะมีปุ่มสวิตท์ปิด สามารถปิดใช้งานได้ทันที และมีรูเสียบปลั๊กไฟ 1 ช่องเท่านั้น
ส่วนระบบบอกว่าต่างๆมี 2 แบบด้วยกัน คือ
1. หน้าปัดบอกระดับน้ำมัน จะอยู่บริเวณตัวถังน้ำมันด้านบน
2. หน้าปัดบอกกำลังไฟ หน้าปัดจะบอกว่า ขณะนี้ใช้ไฟไปเท่าไหร่
ถึงจะเล็กแต่เครื่องปั่นไฟตัวนี้ สามารถใส่น้ำมันได้ถึง 6ลิตร และใช้งานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เครื่องปั่นไฟ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแปลงพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า

เครื่องปั่นไฟ (Generator) หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า "เครื่องกำเนิดไฟฟ้า" คือ เครื่องจักรที่ใช้สำหรับแปลงพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยอาศัยหลักการทำงาน ว่าเมื่อสนามแม่เหล็กเคลื่อนที่ตัดขดลวด หรือขดลวดเคลื่อนที่ตัดสนามแม่เหล็กก็จะได้ไฟฟ้าออกมา เครื่องปั่นไฟหรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า คือ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแปลงพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยอาศัยหลักการทำงาน ว่าเมื่อสนามแม่เหล็กเคลื่อนที่ตัดขดลวด หรือขดลวดเคลื่อนที่ตัดสนามแม่เหล็กก็จะได้ไฟฟ้าออกมา

ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทางตรงเราสามารถเพิ่มแรงดันไฟฟ้าขึ้นได้โดย การปรับความเข้มของสนามแม่เหล็กและเพิ่มความเร็วรอบของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แต่ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับการเพิ่มแรงดันโดยการเพิ่มความเร็วไม่ สามารถที่จะทำได้ ก็เพราะว่าจะทำให้ความถี่ของแรงดันไฟฟ้าที่ได้เปลี่ยนแปลงไป สามรถทำได้เพียงการปรับความเข้มของสนามแม่เหล็กเท่านั้น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (อังกฤษ: Electric generator) คือเครื่องไม้เครื่องมือที่แปลงแรงงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า เครื่องมือดังกล่าวจะบังคับกระแสไฟฟ้าให้ไหลผ่านวงจรภายนอก มูลเหตุของพลังงานกลอาจจะเป็นลูกสูบหรือเครื่องจักรกังหันไอน้ำ หรือแรงน้ำตกผ่านกังหันน้ำหรือล้อน้ำ หรือเครื่องยนต์การเผาผลาญภายใน หรือกังหันลม หรือข้อเหวี่ยงมือ หรืออากาศอัด หรือแหล่งพลังงานกลอื่นๆ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะกระจายพลังงานไฟฟ้าแทบจะทั้งหมดให้กับกริดพลังงานไฟฟ้า

สมัยปัจจุบันระบบไฟฟ้าภายในประเทศไทยมีทั้งระบบการผลิตการส่งจ่ายและการจำหน่ายที่มีศักยภาพ สามารถจ่ายไฟฟ้าได้กว้างขวางทุกขอบเขต  ทำให้สถานที่ประกอบการมีกระแสไฟฟ้าใช้ได้ตลอด   ทั้งวัน  แต่บางทีอาจจะเกิดข้อติดขัดจากการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าอันเพราะ ความขาดตกบกพร่องของอุปกรณ์ในระบบหรือการเกิดอุบัติเหตุ  มีการตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อฟื้นฟู  แก้ไข หรือปรับปรุงระบบสายส่งให้ดีขึ้น หรือมีการเชื่อมต่อสายส่งเพิ่มขึ้น  การเกิดภัยธรรมชาติ  เช่น  พายุ  ฝนฟ้าคะนอง  ทำให้กิ่งไม้ในขอบเขตใกล้เคียงสายส่งหักพาดสาย ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร  หรือเกิดฟ้าผ่าลงบนสายส่งไฟฟ้าแรงสูง
ซึ่งข้อข้องขัดดังกล่าว  ถึงแม้ทำให้มีความกระทบกระเทือนต่อบ้านพักอาศัยของชาวเมืองไม่มากนัก              แต่สำหรับสถานประกอบการฝ่ายอาคารสูง  โรงแรม  โรงพยาบาล  โรงงานอุตสาหกรรม จึงมีความกระทบกระเทือนค่อนข้างมาก  เช่น  ระบบปรับอากาศ  ลิฟต์ประจำอาคาร  ขบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม จะหยุดชะงัก เป็นข้อความให้เกิดการเสียหายแก่สถานที่ประกอบการนั้น ๆ เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีกำลังไฟฟ้าเก็บสำรองไว้จ่ายพลังงานทดแทน ซึ่งกำลังไฟฟ้าสำรองนี้ได้มาจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง(Stand by Generator)  นั่นเอง เพราะเช่นนั้น สถานประกอบการจะต้องคิดทบทวนเสียก่อนว่า ธุรกิจของตนเองจำเป็นต้องมีระบบไฟฟ้าที่ระดับความมั่นคงเพียงใด และกิจกรรมการใช้ไฟฟ้าใดบ้างที่เป็นกิจกรรมที่สำคัญ และไม่สามารถหยุดกรรมวิธีทำงานเป็นระยะเวลายาวนานได้

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ต่อตอนที่2 เทคนิคการปลูกมะละกอพันธุ์อะไรดีจึงจะมีตลาดขาย


ต่อตอนที่2 เทคนิคการปลูกมะละกอพันธุ์อะไรดีจึงจะมีตลาดขาย
-มะละกอพันธุ์ครั่ง เป็นมะละกอดิบหรือส้มตำพันธุ์ใหม่ที่ใช้ยาฆ่าแมลงและใช้เครื่องพ่นยาน้อย และที่มีคนเขียนข่าวทำข่าวกันมากจนทำให้เกษตรกรปลูกกันในหลายจังหวัด โดยชูข้อดีตรงที่เนื้อกรอบ หอม หวาน อร่อย หลังเก็บจากต้นแล้ว สดอยู่ได้นานกว่าพันธุ์อื่น 5-6 วันก็ยังไม่เหี่ยว และบอกว่าทนทานไวรัสจุดวงแหวนได้ดี(อันนี้จริงเปล่าไม่รู้) แต่จุดด้อยก็คือ ผลมีร่องทำให้เวลาปอกเปลือก เปลือกสีเขียวจะติดอยู่ในร่องนั้น ขูดเส้นยาก ตอนนี้เริ่มมีปัญหาด้านตลาดแต่ผู้วิจัยก็ยังเพิ่งเปิดตัวครั่งพันธุ์ใหม่เนื้อเหลืองไปเมื่อเดือนที่แล้วอีกซึ่งครั่งเนื้อเหลืองจะทำให้เส้นส้มตำน่ารับประทานมากขึ้น ผู้สื่อข่าวประโคมข่าวอีกเช่นเดิมแต่ปัญหาร่องที่ผลจะทำให้แม่ค้ายอมรับได้แค่ไหนต้องเกาะติดกันต่อไป

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เทคนิคการปลูกมะละกอพันธุ์อะไรดีจึงจะมีตลาดขาย

f
เทคนิคการปลูกมะละกอพันธุ์อะไรดีจึงจะมีตลาดขาย
จริงๆไม่ได้คิดที่จะบอกเทคนิคเรื่องนี้เลย เพราะนึกไม่ถึงค่ะ แต่เมื่อวานมีคนเข้ามาถามในlineให้ช่วยหาตลาดมะละกอแขกดำให้หน่อย อย่างเช่นผมปลูกมะละกอพันธุ์ครั่ง เรดแคริเบี้ยนขายที่ไหนดี ทำให้คิดว่าเรามองข้ามเรื่องนี้ไปจริงๆ เพราะชีวิตอยู่แต่กับมะละกอฮอลแลนด์ เลยไม่ได้มองพันธุ์อื่น
- มะละกอฮอลแลนด์ คือพันธุ์ที่มีเสน่ห์และน่าลงทุนที่สุด เพราะเป็นพันธุ์มะละกอกินสุกที่นิยมที่สุดและใช้เครื่องพ่นยาน้อยที่สุด ตลาดกว้างขวาง แม่ค้ารับซื้อเยอะมากที่สุด ส่วนที่ตกเกรดหรือเป็นโรคก็ยังค้าขายให้เข้าโรงงานได้ ราคามะละกอจะยืนพื้นจากสวน 8-10 บาท/กก. ราคาขายส่งอยู่ที่ 15-20 บาท/กก. ราคาขายปลีกถึงผู้บริโภคอยู่ที่ 20-35 บาท/กก. ช่วงที่มะละกอขาดตลาด ราคาจากสวนพุ่งไปถึง 20-35 บาท/กก. ราคาขายส่ง 30-35 บาท/กก. ขายปลีกอยู่ที่ 40-50 บาท/กก. ด้วยเหตุที่เป็นช่วงที่มะละกอมีผลผลิตน้อย ผลไม้อื่นในท้องตลาดก็มีน้อย ราคาจึงสูง มะละกอที่จะมีผลผลิตออกช่วงนี้จะเป็นมะละกอที่ต้องออกดอกช่วงแล้งประมาณ มี.ค.-เม.ย. ซึ่งมะละกอจะไม่ค่อยติดผลเพราะว่าดอกร่วงหมด ทำให้มะละกอมีผลผลิตน้อยมากๆหรือขาดตลาดทุกปีในช่วงตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย. หรืออาจจะยาวไปจนถึง ต.ค. ท่านใดที่อยากขายมะละกอราคาแพงก็วางแผนปลูกให้มะละกอได้เก็บผลผลิตในช่วงดังกล่าว โดยใช้ระบบการจัดการน้ำและปุ๋ยเข้าไปช่วยเพื่อช่วยให้มะละกอติดผลได้ในช่วงดังกล่าวได้ล่ะก็ เตรียมตัวรับทรัพย์ก้อนโตได้เลย มีเงินทองเหลือเฟือไปซื้อเครื่องมือการเกษตรเยอะเลยคะ
-มะละกอแขกดำ เคยเป็นมะละกอกินสุกที่ครองตลาดในสมัยก่อน แต่วันนี้หมดยุคหมดสมัยของแขกดำในตลาดกินสุกไปแล้ว แขกดำจึงเป็นมะกอที่หาที่ขายไม่เจอ ไม่รู้จะอยู่แหล่งไหนไหน กินสุกก็ได้แต่ก็สู้ฮอลแลนด์ไม่ได้ ตลาดไทมีแผงมะละกอ 100 แผง แต่มีเพียง 2 แผงที่ขายแขกดำและปริมาณการขายก็ไม่มาก แต่ในตลาดกินดิบหรือส้มตำ แขกดำก็ไปได้แต่ก็ไม่โดดเด่นเท่าแขกนวลที่มีคุณสมบัติดีกว่า
-มะละกอแขกนวล ถือป็นมะละกอกินดิบที่ครองตลาด เพราะเป็นมะละกอที่เนื้อกรอบ อร่อย แม่ค้าส้มตำชอบ อีกทั้งยังเป็นมะกอที่ติดดก ผลใหญ่ มะละกอกินดิบมีจุดเด่นตรงที่เก็บเกี่ยวเร็ว 5 เดือนก็เก็บขายได้แล้ว จากนั้นจะเก็บกันทุก 15-20 วัน (ครั้งหนึ่งก็ประมาณ 20-25 ตัน ในพื้นที่ปลูกประมาณ 10 ไร่) มะละกอดิบดูแลจัดการง่ายกว่ามะละกอสุกเยอะ ไม่ต้องห่อผล ไม่ต้องระมัดระวังมากตอนเก็บ เก็บเสร็จแพ็คใส่ถุงพลาสติกถุงนึงก็ 10 กก.เก็บใส่ขึ้นรถขายได้เลย แต่ราคาก็จะอยู่ที่ 4-5 บาท ตลอดทั้งปี ช่วงราคาถูกก็อยู่ที่ 2 บาทค่ะ แทบไม่คุ้มค่าขนส่งเลยค่ะ
พรุ้งนี้มาต่อคะ ติดตามในบทความต่อไปนะคะ...

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เคล็ดลับการเพาะเมล็ด/และกลยุทธ์การปลูกพริก


เคล็ดลับการเพาะเมล็ด/และกลยุทธ์การปลูกพริก
ครั้นได้เมล็ดพันธุ์พริกมาแล้ว ให้นำไปแช่น้ำร้อน ถ้าหญ้าเริ่มยาวให้ใช้เครื่องตัดหญ้า หลังจากนั้นใช้น้ำร้อนเทลงไปในภาชนะก่อน 1 ส่วนและตามด้วยน้ำเย็นอีก 1 ส่วน ทดสอบโดยมือจุ่มลงไปพอมือเราทนได้ ก็ใช้ได้หรือประเมิน 50  องศา แช่ไว้ราว 30 นาที จากนั้นนำไปห่อในผ้าขาวบาง บ่มไว้ 1 คืนแล้วนำเมล็ดไปเพาะได้ โดยบ่มไว้ในกระติกน้ำร้อนก็ได้ ใช้ถ้วยคว่ำแล้วเอาเมล็ดพริกวางบนถ้วยที่คว่ำไว้ เพื่อไม่เมล็ดพริกแช่น้ำที่เราพ่นใส่เมล็ดพริกที่บ่ม เมล็ด พริกจะได้ไม่เน่าไปซะก่อนครับ